กิจการที่เปลี่ยนแปลง Business Model ได้ หุ้นจะเป็นอย่างไร
ถ้าคุณเคยขายเสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิงแล้วปัจจุบันหันมาขายอุปกรณ์แต่งรถยนต์ ดูเหมือนมีความแตกต่างด้านผลิตภัณฑ์อย่างสิ้นเชิง แต่ลองพิจารณาดูใหม่เมื่อคุณได้เล็งเห็นความเปลี่ยนแปลงของตลาด เริ่มคิดและวางแผนธุรกิจ รวมถึงศึกษาคู่แข่งมาแล้วอย่างดี นั่นทำให้คุณลดปัญหาเรื่องต้นทุนการตลาดไปได้พอสมควร ทำให้กำไรมากขึ้นและก็มีความเป็นไปได้ที่ในอนาคตคุณอาจต้องเปลี่ยนไปขายสินค้าอื่น เพราะโลกที่ไม่เคยหยุดพัฒนา การทำกำไรในตลาดที่มีความแข่งขันสูง ความเร็วในการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้มากที่สุดย่อมทำให้ธุรกิจเกิดรายได้และเติบโตเร็วกว่าคนอื่น

เลือกลงทุนกับหุ้นบริษัทแบบไหนดี
- วิสัยทัศน์ผู้บริหาร และประวัติที่ผ่านมา
- แผนธุรกิจ
- จุดแข็ง จุดอ่อนกลุ่มเป้าหมายและทิศทางการประชาสัมพันธ์เป็นอย่างไร
- เขามีช่องทางไหนบ้างนะ มีสื่อไหนที่เน้นเป็นพิเศษตอบสนองยุคดิจิทัลอย่างไร
- มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกลุ่มลูกค้าหรือสังคมเป็นแบบไหน
- มีพาร์ทเนอร์ หรือคู่ค้าธุรกิจหรือไม่ ถ้ามีเป็นใครบ้างล่ะ
การรับมือและเปลี่ยนแปลงทันต่อเหตุการณ์เป็นความได้เปรียบของการทำธุรกิจไปซะแล้ว กิจการที่มีการเปลี่ยนแปลง มีเติบโต ยอดขายพุ่ง กำไรเกิด ลงทุนต่อยอดก็ได้รับผลประโยชน์กลับคืน แน่นอนหุ้นย่อมมีการเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น การร่วมลงทุนกับหุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลง พัฒนา ย่อมเห็นผลดีกว่าร่วมทุนกับบริษัทที่ยึดติดกับอะไรเดิมๆ ไม่พัฒนา ไม่ปรับเปลี่ยนตามยุคตามสมัย
มีตัวอย่างให้เห็นมากมายในปัจุบันธุรกิจเดิมๆ ที่เคยมั่นคงอย่างสื่อบันเทิงที่เราคุ้นเคยกันดี ปัจจุบันทำไม..จึงกำลังถดถอยและถอนตัวออกไปมากขึ้นล่ะ? แล้วอะไรที่ทำให้ธุรกิจที่มีการปรับตัวอย่างสม่ำเสมอแม้จะเป็นการแตกไลน์ธุรกิจแต่ก็ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน
มองให้เห็นเป็นภาพถ้าคุณรู้จักห้างสรรพสินค้าเซนทรัล… คุณจะรู้ว่าภายใต้การดำเนินธุรกิจของเขานั้น ไม่ได้มีธุรกิจเพียงห้างสรรพสินค้าอย่างเดียวแต่มีมากมายธุรกิจ ทั้งอาหาร สินค้าปลีก สินค้าแฟชั่น อสังหาริมทรัยพ์ ฯลฯ เพียงเท่านี้น่าจะพอเป็นคำตอบว่าทำไมธุรกิจที่สามารถเปลี่ยนแปลง business model ได้จึงทำให้ตัวเลขในตลาดหุ้นมีราคาและสร้างผลกำไร เงินปันผลให้คุณได้แล้วล่ะ
