manifest พลิกชีวิต ความคิดและจินตนาการ

Manifest หรือ Manifestation กฎแรงดึงดูดจักรวาล เทคนิคปรับเปลี่ยนความคิดให้เกิดสิ่งดีๆ กับเราโดยไม่ฝืนธรรมชาติของตัวเอง
“เป้าหมายในการใช้ชีวิตเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”
แนวความคิดจากหนังสือ The Secret (Rhonda Byrne) ได้รวบรวมทฤษฎีกฎแห่งการดึงดูดและแนวคิดปรัชญาโลกตะวันตกของ เพลโต (นักปรัชญาชาวกรีก) และพิธากอรัส (นักคณิศาสตร์) ที่เชื่อว่า ถ้าเราคิดดี ทำดี สิ่งดีๆ ย่อมเกิดขึ้นกับตัวเรา

เพลโต (plato) บิดาแห่งปรัญชาโลกตะวันตก เขามีความเชื่อว่า “การรับรู้ที่เกิดจากประสาทสัมผัสหรือจิต เป็นบ่อเกิดของความรู้”
โลกแห่งวัตถุ (Material World) รับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสที่จับต้องได้อันถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองแรงปราถนา ความเชื่อของ โลกแห่งมโนภาพ (World of idea) หรือโลกแห่งจินตนาการ ความเชื่อด้วยเหตุและผล อันเป็นต้นแบบของโลกวัตถุ เช่น ถ้าเราเชื่อว่า มนุษย์จะบินได้ ทุกวันนี้ ก็มีเครื่องบิน เครื่องร่อน ยานพาหนะมากมายที่ทำให้เราอยู่บนท้องฟ้าและนอกโลกได้นั่นเอง เช่น
- อยากเลื่อนตำแหน่ง ก็ต้องพัฒนาตัวเองในสายงาน หรืออยากเปลี่ยนสายงานก็ต้องมีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ไม่มีใคร “ทำไม่เป็น” แล้วได้งานนั้นไปหรอกนะ
- อยากไปเที่ยวต่างประเทศ ก็ต้องเก็บเงิน หรือขยันมากขึ้น เพื่อให้มีเงินจำนวนหนึ่งโดยไม่กระทบกับเงินที่จะต้องนำมาใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งนั่นก็รวมถึง การบริหารจัดการการเงินให้ดี อยากไปแต่ไม่จัดการการเงิน แล้วไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อท่องเที่ยว แบบนี้ อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก
Manifest เริ่มต้นยังไงให้ประสบความสำเร็จ
รู้จักตัวเอง
อะไรเป็นสิ่งที่เราต้องการจริงๆ กันแน่ เป้าหมายของการมีชีวิตอยู่คืออะไร รวมถึงการที่เราตัดสินใจทำสิ่งนั้น ทำงานนั้น หรือเหตุผลต่างๆ ที่เราได้ลงมือทำลงไปนั่น เราต้องการอะไร เช่น การสร้าง Vision Board เป้าหมายของตัวเองที่เห็นได้เป็นภาพ
จดบันทึกประจำวัน
ทั้งเรื่องดีและเรื่องแย่ แล้วหาเวลากลับมาทบทวนสิ่งที่เราเขียนเพื่อทำความเข้าใจกับตัวเองมากขึ้น ใครที่ยังไม่เปิดใจให้กับการจดบันทึก ลองใช้งาน digital planner ดูก่อน แล้วจะชอบการจด การบันทึกมากขึ้น



การจดบันทึกช่วยให้การ Manifest ทำได้ดีขึ้นมากๆ นั่นเป็นเพราะ ทฤษฎีนี้กำหนดแนวทางความสำเร็จในเป้าหมายของเราด้วยการแบ่งเวลา จำนวนครั้งในการทำซ้ำ 3 6 9 ครั้งต่อวัน (369 Manifestation Method)
3 ตัวเลขแห่งความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสารและการกระทำ
6 ตัวเลขแห่งความสมดุลของชีวิต
9 ความสมบูรณ์ของชีวิต
จดบันทึกในทุกวัน เวลา บ่าย 3, 6 โมงเย็นและ 3 ทุ่ม (ตามเข็มนาฬิกา) เพื่อให้คุณได้รู้ว่ามีอะไรที่ผ่านมาบ้างในแต่ละวันตั้งแต่เช้าจนถึงเวลาเข้านอน และแน่นอนว่าวิธีนี้เอง มีผู้ได้ทดลองปฏิบัติตามเป็นเวลาอย่างน้อย 21 วัน ซึ่งมันทำให้เขาได้เห็นความเปลี่ยนแปลง มีมุมมองชีวิตและทัศนคติเชิงบวกมากยิ่งขึ้น การใช้ชีวิตที่เป็นระเบียบแบบแผน ทำตามเป้าหมายแต่ละวัน เช่น จัดการงาน อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และนั่นทำให้เกิดผลดีในระยะยาวและเกิดความสำเร็จในเป้าหมายได้มากถึง 90%
วิธีนี้ก็คล้ายกับการสะกดจิตตัวเองให้เดินตามเส้นทางความสำเร็จในเป้าหมายที่เราต้องการ ซึ่งสามารถปรับใช้ได้กับทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน แรงปราถนา หรือแม้แต่การบริหารจัดการการเงินด้วยนะ
ปล่อยวางด้วยความเข้าใจ
เมื่อได้รู้ว่าเรามีทัศนคติเชิงลบกับเรื่องอะไร รวมถึงการที่เรามักใช้คำพูด หรืออคติกับเรื่องไหนนั้น ก็ได้เวลาที่มาลองปรับทัศนคตินั้นใหม่ ให้เป็นกลางและทำความเข้าใจกับมันมากยิ่งขึ้น อันที่จริงเมื่อเราเข้าใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มี Empathy มากขึ้น ก็จะช่วยให้เราเกิดทัศนคติเชิงบวกกับทุกเรื่องและรับมือกับปัญหา แก้ปัญหาได้อย่างดีขึ้นด้วยนะ
สิ่งเหล่านี้ ทำให้เราเห็นคุณค่าของตัวเองมากขึ้น และที่สำคัญ เราจะรู้สึกขอบคุณในทุกช่วงเวลาและการตัดสินใจในการกระทำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ฝืนตัวเอง ไม่เหนื่อยและไม่หนัก
Manifest เป็นเทคนิคหนึ่งที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจให้ตัวเองมากยิ่งขึ้น แล้วคุณล่ะ มีวิธีไหนในการพัฒนาปรับเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น มาแชร์เทคนิคดีๆ ให้เพื่อนๆ ได้ทดลองทำตามกันเถอะ
