มีเงิน 10,000 ลงทุนอะไรได้บ้าง ให้เกิดผลกำไร
ถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ เบื่องานประจำ อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เงินทุนมีไม่มากจะสามารถเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ กับเขาได้มั้ยนะ เปิดสมุดบัญชีออกมาพบว่าเงินลงทุนมี 10,000 ที่จะพร้อมเสี่ยงกับการลงทุนหวังให้เม็ดเงินงอกเงย ได้กำไรมากกว่าการรอคอยดอกเบี้ยจากธนาคาร มาดูสิว่าเงินเท่านี้สามารถสร้างกิจการอะไรได้บ้าง
ร้านน้ำปั่น ร้านน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ

เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็อยากมีรูปร่างที่ดี หุ่นสวยๆ เป็นเทรนด์แห่งการดูแลสุขภาพและรูปร่าง ถ้าอยากลงทุนทำธุรกิจนี้ต้องเตรียมรับมือกับค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ค่าเครื่องปั่น ราคาเริ่มต้นสำหรับเจ้าเครื่องนี้ เอาที่คุณภาพกลางๆ ก็เริ่มต้นประมาณ 5,000 บ. เหลือเงินหมุนเวียน ซื้อผลไม้เลือกเป็นแบบแช่แข็ง ราคาทั่วไปในร้านขายส่งเริ่มต้น ห่อละ 200 บ. ซึ่งก็จำเป็นต้องมีหลายหลายรสชาติก็เตรียมค่าใช้จ่ายอย่างน้อยผลไม้ 10 ชนิด ราคาประมาณ 2,500-3,000 บาท ส่วนต่างที่เหลือเป็นค่าเช่่าที่ ค่าน้ำแข็ง ค่าแก้ว/ค่าถุง ฯลฯ
ขายของออนไลน์

ยุคที่สมาร์ทโฟนมีบทบาทของชีวิตมากที่สุด สะดวกซื้อดูดเงินในกระเป๋าเราไปมาก ก็อยากลองหันมาเป็นแม่ค้าซะเลย ขายเสื้อผ้าออนไลน์ ก็ขึ้นอยู่กับทุนที่คุณมี ในกรณีที่คุณมีงบประมาณอยู่ 10,000 บ. ก็เผื่อเป็นต้นทุนสินค้าประมาณ 5,000 บ.- ส่วนที่เหลือ จำเป็นมากๆ ที่ต้องเผื่อไว้ให้ค่ายิงโฆษณา และหากคุณมีความสามารถในการถ่ายรูปหรือออกแบบแบนเนอร์ไม่มากก็ต้องจ้างซึ่งแน่นอนว่าก็ต้องนำเงินนั้นมาจ่ายนั่นเอง
ดรอปชิป (Drop ship)

เป็นการขายที่ไม่ต้องสต๊อกสินค้า เรียกได้ว่าแทบไม่ต้องลงทุนเลยแต่อาจต้องแบบรับความเสี่ยงเมื่อคุณขายให้แล้วเขาจะส่งสินค้าได้ตรงตามเวลาและถูกต้องอย่างที่คุณส่งออเดอร์ไปมั้ย อันนี้ก็ต้องดูให้ดีๆ คอยเช็คในโซเชียลต่าง ๆ ว่ากลุ่มคนหรือร้านที่คุณจะไปดีลดรอปชิปให้นั้นเขามีรายชื่อแบล็กสิลส์อยู่หรือไม่
กองทุนรวม (Investment)

การลงทุนในตลาดหุ้นที่สามารถเลือกได้หลายรูปแบบตามความหมาะสม ที่ก่อนจะลงทุนต้องศึกษาให้ดีถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับและควรประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเอง ศึกษารูปแบบต่างๆ จากสิ่งใกล้ตัว เช่น Internet, google, ChatGPT, Search Engine ต่างๆ
สลากออมสิน (lottery)

การลงทุนในรูปแบบนี้คล้ายการฝากเงินโดยทั่วไปเพียงแต่เป็นการลงทุนที่เรียกได้ว่ามีรางวัลเป็นตัวกระตุ้นรายได้ หากคุณโชคดี ถูกรางวัลก็มีโอกาสเพิ่มเงินก้อนนั้นได้แต่หากไม่ ก็รอกินดอกเบี้ยแบบเงียบๆ ไป ไม่มีอะไรหวือหวานอกจากการลุ้นตัวเลขทุกๆ วันที่ 16 นั่นแหล่ะ
อยากรู้ว่าเงินน้อยที่สุด ที่จะเป็นเจ้าของกิจการได้ ใช้เงินเท่าไหร่
ได้กิจการอะไรไปดูกัน เปิดร้านทำเล็บ เปิดร้านขายเสื้อผ้า ฯลฯ
ผู้หญิงกับเรื่องสวยงามเป็นของคู่กันแบบขาดไม่ได้ ทั้งเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ทำผม ทำเล็บ รองเท้า ชอบมากถึงขั้นอยากมีร้านเป็นของตัวเองเลยก็มี ทีนี้มาคำนวนดูว่าต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ สำหรับการเป็นเจ้าของกิจการนั้น

กรณีต้องการเปิดร้านขายเสื้อผ้า
- ค่าเช่าที่ ทำเลที่ตั้งมีความสำคัญยิ่งทำเลทอง ที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจ ชุมชน ห้างสรรพสินค้าอันเป็นกลุ่มเป้าหมายยิ่งมีราคาสูงขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ บูธหรือคีออส อย่างน้อยต้องเตรียมค่าเช่า เช่น
ยูเนียนมอลล์ แหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่บนถนนลาดพร้าว ชั้น 4 ขนาดพื้นที่ 6-12 ตร.ม. เริ่มต้นที่ 16,500 บ.- ต่อเดือน vat 7% ค่าประกัน 2 เดือน ค่าไฟเดือนละ 1,800 บ.- - เงินทุนสำหรับสินค้า เสื้อขายส่งหากสั่งนำเข้าจากประเทศจีน ที่กำลังได้รับความนิยมนั้น เริ่มต้น ตัวละ 50 บ. (กรณีที่สั่ง 100 ตัวขึ้นไป) ขึ้นอยู่กับรูปแบบ ค่าขนส่งจากร้านสู่ชิปปิ้งจีนและค่าขนส่งจากจีนสู่ประเทศไทย (ราคาขึ้นอยู่กับน้ำหนัก) ซึ่งราคาทั่วไปอยู่ที่ 7,000 บ.- ต่อคิว (ขนส่งทางเรือ)
- ค่าหุ้นโชว์ ไม้แขวนเสื้อ โดยเฉลี่ยแล้วค่าหุ้นสำหรับใส่เสื้อผ้าแขวนโชว์แบบพลาสติกครึ่งตัว ราคาเริ่มต้นตัวละ ประมาณ 700 บ. ไม้แขวนเสื้อขึ้นอยู่กับรูปแบบและความสวยงาม เริ่มต้นเซทละ 300 บาทต่อ 12 ชิ้น (ในกรณีที่เลือกความทนทานและรูปทรงสวยงาม)
- ค่าตกแต่งร้าน อาจต้องเตรียมเงินขั้นต่ำที่ 10,000 บ.-
- เงินทุนหมุนเวียนในร้าน สำหรับรองรับค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึง รวมถึงเตรียมเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในเดือนถัดไปหากในเดือนแรกยังทำกำไรไม่ได้
ราคาดังกล่าวเป็นเงินที่ต้องจ่ายโดยกำหนดคร่าวๆ โดยทั่วไป ซึ่งในความเป็นจริงอาจต้องจ่ายมากหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณคัดสรรและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง
มีเงินน้อยก็เป็นเจ้าของกิจการในฝันได้ เจ้าของห้างเซนทรัล
(เล่าเรื่องแบบสนุกเวลาเดินในเซนทรัลก็จะรู้สึกพราวๆ หน่อยเป็นเจ้าของ)

“เธอจ๊ะ.. ช่วยรักษาความสะอาดหน่อย หัวมุมโค้ง ชั้น 2 หน้าร้านนั้นน่ะ มีลูกค้าทำชาไข่มุกหกนะจ๊ะ มีใครแจ้งหรือยัง ถ้ายังรีบหน่อยนะ ถ้าลูกค้าเกิดเดินเหยียบแล้วลื่น จะแย่เอา”
วันนี้ไม่ได้เดินช้อปปิ้งสวยๆ อย่างเดียวนะคะ แต่ขออนุญาตเดินสำรวจกิจการสักหน่อย ตั้งแต่ลงทุนกับหุ้นเซนทรัลไปรู้สึกตัวเองเริ่มมีกลิ่นอายของคุณแพร วทานิกา ซะแล้ว แหมๆ อันที่จริงก็ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกนะ ขออีกหนึ่งนึงก็แล้วกันวันหนึ่งก็คงมีวันของชั้นบ้าง!!
ก็คงไม่ตะขิดตะขวงใจอะไรถ้าคุณอยากเห็นกิจการของคุณเป็นระเบียบ รองรับลูกค้าและดูเหมือนคุณจะมีอำนาจมากขึ้นกว่าเดิมที่เป็นเพียงลูกค้าคนหนึ่งเท่านั้น มันจะดีนะ ถ้าสิ่งที่คุณฝันไว้ตั้งแต่เด็กว่า อยากเป็นเจ้าของเซนทรัลเกิดเป็นความจริงขึ้นมาโดยที่ไม่ต้องลงทุนมากจนเกิดความเป็นจริงไปได้ เมื่อการลงร่วมหุ้นลงทุนในตลาดหลักทรัพย์นั้นสามารถกำหนดเงินได้ด้วยตัวเอง ลงทุนเท่าที่คุณมี เท่าที่ลงทุนไหว โดยเป็นการลงทุนที่มีทีมงาน พนักงานหลายพันคนเป็นผู้บริหารให้ ก็แค่เดินช้อปปิ้งแบบสวยๆ ขยันช้อปแบบไม่ต้องเกรงใจใคร ก็เหมือนอัฐยายซื้อขนมยายนั่นแหล่ะ
ธุรกิจครอบครัวจิราธิวัฒน์ได้ขยายกิจการจากร้านค้าเล็กๆ ย่านเจริญกรุง ใช้เวลาขยายและเติบใหญ่จนเป็นห้างสรรพสินค้าคู่คนไทยจนถึงทุกวันนี้ด้วยสาขามากมายทั่วประเทศ ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจและเรื่องราวต่างๆ ด้วยการแก้ปัญหาและวิสัยทัศน์ที่ดีของผู้บริหารที่ปัจจุบันไม่ได้มีเพียงห้างสรรพสินค้าอย่างเดียวเท่านั้น ยังขยายการลงทุนสู่กิจการอื่นด้วย

ตัวอย่างการทำธุรกิจที่ต้องฝ่าฝันอุปสรรคจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งหากจะรอให้มีเงินมากถึงขนาดสร้างห้างสรรพสินค้าเป็นของตัวเองอาจต้องใช้เวลานาน การลงทุนร่วมหุ้นทำได้ง่ายรวดเร็ว เพียงแว๊บเดียวความฝันก็เป็นจริงก็แล้วล่ะ
