การอัปเดท ปรับอัลกอรึทึมของครั้งล่าสุดของ Google Algorithm

ปัจจัยการจัดอันดับอัลกอรึทึมของ Google 2025 การอัปเดตประจำไตรมาสที่ 3 (2024) ปัจจัยและการเปลี่ยนแปลงในปีที่ผ่านมา
| Ranking Factors (ปัจจัย) | Weight (ความสำคัญ) |
|---|---|
| การมีปฏิสัมพันธ์ในเนื้อหานั้นๆ | 21% |
| Keywords ที่ใช้ในหัวข้อ / ชื่อเรื่อง | 15% |
| ลิงก์ย้อนกลับ (Backlinks) | ลดลง 13% |
| เนื้อหาเฉพาะกลุ่ม และเจาะจง (Content) | ลดลง 13% |
| ปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้ (Engagement) | 11% |
| ความสดใหม่ของข้อมูล (Updated) | 6% |
| รองรับการใช้งานในสมาร์ทโฟน (Mobile Friendly) | 5% |
| ความน่าเชื่อถือ (Authority) | ลดลง 4% |
| การเชื่อมโยงลิงก์ที่เกี่ยวข้อง (Related Links) | เพิ่มใหม่ 3% |
| ความเร็วของหน้าเพจ (Page speed) | 3% |
| การเชื่อมลิงก์ภายใน Internal Links | 2% |
| ความปลอดภัยของเว็บไซต์ (Securities) | 2% |
| โครงสร้างเนื้อหา (Schema Markup) | 1% |
| Keywords ใน Meta Tags ในส่วนต่างๆ | 1% |
สรุปไตรมาสที่ 3 มีการอัปเดตอะไรบ้าง (30 AUG 2024)
1. การกระจายลิงก์
- พฤษภา 2024 : ความหลากหลายของการกระจาย link ต่างๆ ที่ google ให้ความสำคัญมากขึ้น จากเดิมที่คิดว่า มีความสำคัญเพียง 1% แต่ในความเป็นจริง น่าจะ 3%
มีการส่ง link ไปหาเว็บไซต์อื่น และส่ง link ที่เกี่ยวข้องไปมาหากันในแบบกระจายทั้ง PBN และเว็บไซต์พันธมิตร ที่เกี่ยวข้อง
2. ความสดใหม่ ความสม่ำเสมอในการอัปเดตเนื้อหา
ความสดใหม่ของเนื้อหา google ให้ความสำคัญมากที่สุดเป็นอันดับที่ 6 เนื้อหา บทความยังคงต้องครอบคลุม keyword อย่างชัดเจน และเกี่ยวข้องกันในอุตสาหกรรมเดียวกัน
- อัปเดตแคมเปญ หรือเนื้อหาสม่ำเสมอ
- อัปเดตเนื้อหา ข้อมูลสำคัญที่ตรงกลุ่มเป้าหมายเพียง 50-200 หน้า จะช่วยเพิ่ม ROI ได้ดีกว่าการสร้างเนื้อหาใหม่
- เนื้อหาที่ได้รับการปรับปรุงข้อมูลให้ผลลัพธ์ได้ดีกว่า โดยเฉพาะเนื้อหาที่ได้รับการจัดอันดับแล้ว โดย Google จะเชื่อว่า การที่อัปเดตข้อมูลในหน้านั้นสม่ำเสมอ มีความน่าเชื่อถือมากกว่า และจะถูกแสดงผลในการค้นหาได้ดีกว่าบทความที่ดี แต่ไม่ได้รับการอัปเดต ปรับปรุงข้อมูล
แนะนำ : ควรอัปเดตเนื้อหาอย่างน้อยปีละครั้ง เพิ่มโอกาสแสดงผลใน SERP (อัปเดตรายเดือน หรือ รายไตรมาส ก็มีโอกาสเพิ่มขึ้น)
3. ความน่าเชื่อถือ (Authority)
การให้ความสำคัญของความน่าเชื่อถือที่ google สนใจในการแสดงเนื้อหาตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ปี 2024 ที่ผ่านมา จากเดิน 5% จนถึงปัจจุบันที่ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นจากการสร้างความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ เนื่องจาก AI ที่ได้ทำการตรวจสอบมีความละเอียดอ่อนทั้งในเรื่องของ
- ข้อมูลที่บิดเบือน
- การยกตัวอย่างที่ไม่ตรงกับเนื้อหา
- การพิสูจน์ข้อเท็จจริง
- แหล่งอ้างอิง ที่มาของเนื้อหา
4. Backlinks
ความสำคัญถูกลดลงไปจาก 15% เหลือเพียง 13% ที่เป็นเช่นนั้น เพราะ Google ให้ความสำคัญกับ การกระจาย link ที่มีคุณภาพมากกว่า โดยความสำคัญนั้นยังคงต้องเป็น
- link ที่ไม่ซับซ้อน
- link ที่มีความน่าเชื่อถือ (พิจารณาจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องและมีคุณภาพ)
5. การมีส่วนร่วมของผู้ใช้
ความสำคัญลำดับที่ 5 ที่ถูกปรับลดลงจาก 12% เหลือ 11% โดย Google พิจารณาจาก
- การตั้งใจค้นหา (Search Intent)
- ความชัดเจนของเนื้อหา
- Link ที่ใช้ในการส่งเนื้อหาขยายความ เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
- การเผยแพร่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกันอย่างสม่ำเสมอ
- การใช้เวลาบนเว็บไซต์
- จำนวนหน้าต่อเซสชัน
6. ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
กลับถูกลดความสำคัญลงเล็กน้อย เหลือเพียง 13% โดย Google ยังคงให้ความสำคัญกับโครงสร้างเนื้อหาที่เน้น keywords เป็นแกนหลัก เนื้อหาในเว็บไซต์จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกัน มีความเชื่อมโดยงกันทั้ง key หลัก key รอง และกลุ่มเป้าหมาย เช่น แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดผิวกาย / ราคาแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดผิวกาย
- มีการกล่าวถึงในธุรกิจเดียวกัน หรือคล้ายกัน
- มีการใช้ keyword ที่เกี่ยวข้องในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน
7. รองรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟน
ความสำคัญกับอุปกรณ์เคลื่อนเป็นหลักที่ยังคงต่อเนื่อง layout ที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน เหมือนกันทั้ง สมาร์ทโฟนและเดสก์ท็อป การดีไซน์ควรเน้นที่การใช้งานบน smartphone เป็นสำคัญโดยอาจไม่จำเป็นต้องเน้นที่การใช้งานบนเดสก์ท็อปเลยก็ได้
8. เผยแพร่เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง และมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
Google ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาเป็นอันดับ 1 เลย เนื้อหาที่ถูกสร้างใหม่และมีคุณภาพสูงที่มีการเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เว็บไซต์ถูกจัดลำดับได้ไว และหากเป็นเนื้อหาคุณภาพดี ก็มีโอกาสที่จัดทำอันดับได้ในตำแหน่งที่สูงขึ้น และยังเพิ่มโอกาสให้มีการใช้ backlink ให้เกิดการรรับรู้
9. Keyword ใน Meta Titles Tag
ยังคงควรให้ความสำคัญและ Google เองก็ให้ความสำคัญคงที่อยู่ถึง 15% ซึ่ง keyword นั้นก็ควรแสดงในอีกกว่า 22 ตำแหน่งเพื่อให้ Google เข้าใจว่า เว็บไซต์หรือ เนื้อหานั้นเกี่ยวข้องกับอะไร เช่น
- Meta Tag Name
- Meta Tag Title
การแชร์เรื่องเนื้อหาของคุณไปยังที่อื่นๆ ที่มีการใช้ keywords เดียวกัน เป็นการแสดงให้เห็นว่า เนื้อหานั้น เว็บไซต์นั้น เกี่ยวข้องกับ keyword นั้นอย่างตรงประเด็น ซึ่งแน่นอนว่า การปรับส่วนต่างๆ เหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสการแซงคู่แข่งได้อย่างดี แต่ก็ไม่ควรโฟกัสมากเกินไป เพราะหากเนื้อหาของคุณมีคุณภาพมากพอ สิ่งเหล่านี้จะเป็นการการันตีแล้วว่า เนื้อหา และเว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพเหนือคู่แข่ง
10. Internal links
ถูกลดความสำคัญลง 2% จากเดิมในปี 2560 Google ค่อนข้างให้ความสำคัญกับ Internal link เป็นอย่างมากทั้งใน
- ตำแหน่งของการใส่ link
- ฃคำหลักที่มีชื่อเหมือนกัน
- เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกัน
ซึ่งมันแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของเนื้อหานั้นๆ ในเว็บไซต์อย่างเป็นกลุ่มก้อน
11. Keyword ในหัวเรื่อง
Google ให้ความสำคัญลดลง โดยให้ความสำคัญกับ 22 ตำแหน่งเพิ่มขึ้น
กลยุทธ์การตลาดที่ดี เป็นแนวทางในการทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จการเลือก keyword ที่แตกต่างจากคู่แข่ง แต่ยังคงเป็น keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ช่วยเพิ่มแนวโน้มการแสดงผลและ ROI ได้ สนใจให้เรา วางกลยุทธ์การตลาดอย่างแยบยล
